14.11.56

เชียงใหม่มหานคร

วันนี้ต้องขอบอกว่าอัดอั้นตันใจเลยคิดถึงบล็อคขึ้นมาทันที รู้สึกเศร้าใจเมื่อได้ผ่านไปแถวถ.สุเทพ (จ.เชียงใหม่) ไปจอดรถติดไฟแดงตรงสี่แยกรินคำแล้วมองไปรอบๆ มันดูรกมันดมองไม่เห็นยอดดอยสวยๆเหมือนแต่ก่อนมีแต่ตึกมีแต่คอนโดผุดขึ้นเต็มไปหมด ทุกมุมเมืองของเชียงใหม่มีแต่ห้างมันอาจสร้างความเจริญในทางเศรษฐกิจแต่ความรู้สึกลึกๆในใจอยากหยุดทุกอย่างไว้เท่านี้หยุดวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตที่สวยงามไว้เท่านี้ เข้าใจว่าโลกเปลี่ยนแต่คิดว่าทุกอย่างน่าจะมีความพอดี ถึงจะไม่ใช่คนเชียงใหม่โดยกำเนิดแต่ก็รักเชียงใหม่มากพอ ^_^

ปล.ความเห็นส่วนตัวล้วนๆๆ

17.9.55

ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ ^_^

   
 คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากรวย ไม่อยากสมบูรณ์ ไม่อยากประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านตราบใดที่คน ๆ นั้นยังเป็นคนอยู่ แต่หลายคนก็เก่งคิด แต่ไม่เก่งทำ จินตนาการบรรเจิดแต่การกระทำย่ำอยู่กับที่ ก็แปลกนะอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมแต่ทำทุกอย่างเหมือนเดิมแล้วเมื่อไหร่อะไร ๆ มันจะเปลี่ยน จริงมั้ยคะ :) ยกตัวอย่างง่าย ๆ คนที่บ่นว่าแฟนตัวเองไม่ดี แต่ก็ยังไม่เลิกคบ พนักงานที่บ่นว่าบริษัทไม่ดี แต่ก็ยังไม่ลาออก ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่ามันไม่ดี ทนเพราะกลัวการเริ่มต้นใหม่ ทนเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่หารู้ไม่ว่าเสียเวลากับคำว่า "ทน" ไปแล้วเท่าไหร่ ?? น่าคิดนะคะ
      การที่เราจะทำอะไรใหม่ ๆ แนะนำวิธีคิดง่าย ๆ... คิดแค่ว่าเราทำแล้วอย่างมากสุดเราจะเสียอะไร ถ้ามันไม่หนักหนาพอรับได้ก็ทำเถอะค่ะ ล้มเหลว สูญเสียเพราะทำ มันก็ยังดีกว่า "ไม่ได้ไม่เสียเพราะไม่ทำ" จริงมั้ยคะ จุดประสงค์ในการเขียนครั้งนี้ก็แค่ อยากจะให้กำลังใจทุก ๆ คนให้กำลังตัวเองในการทำอะไรซักอย่างนึง ให้ลุกขึ้นมาเริ่มต้น แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน มีมากก็เริ่มมาก มีน้อยก็เริ่มน้อย ดีกว่าไม่เริ่ม สู้ ๆ นะคะ :)

2.5.55

คน

     

       วันนี้อาจจะอ่านดูแล้วไร้สาระนิดหน่อยนะคะ  ^_^ จู่ ๆ ก็มานั่งคิดเล่น ๆ ดูว่า เอ่อ....ในชีวิตนี้เราพบเจอคนมาแล้วกี่คนน๊าา!!!   แค่นึกย้อนไป 2-3 วันก็นับไม่ครบแล้วจริงมั้ยคะทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักด้วย คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราไม่ว่าจะนานแค่ไหนจะแค่เดินผ่านหรือแค่สบตา ล้วนมีความหมายและความทรงจำเกิดขึ้นเสมอทั้งความทรงจำที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป คนที่โชคร้ายหน่อยอาจจะมีเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี คนโชคดีมีแต่ความทรงจำที่ดีก็ดีไป แต่มันจะไม่สำคัญและไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเราปล่อยให้ทุก ๆ คนผ่านไปโดยไม่ได้อะไรเลย เคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่าเราได้อะไรจากคนเหล่านั้น ได้บทเรียน ได้แนวคิด      ได้คำแนะนำ หรือได้ประสบการณ์ ได้กำลังใจ ได้เรียนรู้ที่จะโตขึ้น คงน่าเศร้ามากถ้าเราไม่ได้อะไรเลย...จริงมั้ยคะ  อย่าไปโทษใครหรืออะไรเลยกับเรื่องทุกอย่างในชีวิต ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีเราเป็นองค์ประกอบทั้งนั้น....

14.3.55

House,Home



    หลังจากที่ห่างหายไปนานเรามาเปลี่ยนอารมณ์จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษกันบ้างนะคะ..วันนี้เรามาดูคำศัพท์ที่เรียกกันจนติดปากแต่จะมีซักกี่คนที่รู้ความหมายและความแตกต่างของคำศัพท์แต่ละคำจริง ๆ ลองมาดูกันนะคะ

Houseตัวเรือนบ้านที่เป็นหลังๆ ,อาคารสิ่่งปลูกสร้าง คนที่อยู่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงหรือให้คนเช่าก็ได้ 

Home  =  บ้านเกิดเมืองนอน ทุกอนูของวัตถุสิ่งของที่ประกอบกันในบ้าน เน้นความรัก ความอบอุ่น 


Apartment  =  ห้องชุดทีมีหลายๆห้องอยู่บนตึกใหญ่ ในห้องนั้นๆมีห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่นพร้อมทุกอย่าง จะให้เช่ามากกว่าขายขาด คำนี้คนอเมริกันจะเรียกกัน

Flat  =  เหมือน Apartment ทุกอย่าง คนอังกฤษเรียก



Condominium  =  ห้องชุด หรูหรา มีทุกอย่างพร้อม คนที่อยู่อาศัยจะซื้อขาดเป็นเจ้าของเอง เป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน


Bungalow  =  ที่พักชั้นเดียว ไม่มีบันได


Inn  =  โรงแรมเล็ก ๆ ที่อยู่ตามเมืองเล็ก ๆ


Hotel  =  โรงแรมใหญ่ หรูหรา มีทุกอย่างพร้อมสรรพ เช่น สระว่ายน้ำ ไนท์คลับและสโมสรต่าง ๆ



     พอจะมองเห็นความแตกต่างบ้างแล้วใช่ไหมคะ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราอาจไม่ทันสังเกต ไม่ใส่ใจ หรืออาจเคยมองข้ามไป... ^__^  ขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมนะคะ...


6.10.54

วิธีรับมือน้ำท่วม

 1. หมั่นติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนทุกช่องทาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เสาสัญญาณ เป็นต้น

 2. เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดในยามน้ำท่วม
 3. เตรียมกระสอบทรายไว้เพื่อทำผนังกั้นน้ำ (แต่ห้ามวางไว้พิงกำแพง เพราะจะเพิ่มแรงดันให้น้ำทะลักเข้ามาได้ง่าย)

 4. หมั่นทำความสะอาดพื้น ไม่ให้มีของอันตรายหากเกิดน้ำท่วมสูง

 5. เก็บของมีค่า และสัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปไว้ชั้นบนของบ้าน

 6. เตรียมเบอร์ติดต่อ หน่วยงานของรัฐ เผื่อต้องการความช่วยเหลือ

 7. ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม

 8. หากเกิดน้ำท่วมให้หนีขึ้นที่สูง และปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

 9. พยายามหาส่วนแห้งเพื่อหลบภัย และป้องกันไฟดูด

10. ห้ามรับประทานน้ำที่ท่วมสูง หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ต้มก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาด

11. หากน้ำท่วมไม่สูงมาก ให้ระวังการใช้รถใช้ถนน และดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกจากบ้าน

12.ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ หากถูกกัดให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มสุกและเช็ดแอลกอฮอล์รอบแผล จากนั้นหาทางไปโรงพยาบาลทันที

27.8.54

ง่ายเหมือน..ปอกกล้วยเข้าปาก

               ชีวิตคนเราถ้ามองดี ๆ มันไม่มีอะไรเลยที่จะต้องทำให้มันยาก           
                 ถึงแม้ว่าสังคมรอบตัวจะวุ่นวายแค่ไหน ลองคิดดูสิคะว่าเราตื่นนอนมากี่โมงในแต่ละวัน แล้ววัน ๆ หนึ่งเรามีเวลาในการใช้ชีวิตกี่ชั่วโมง ถ้าเรามัวแต่หมกหมุ่น เครียด กังวล เราก็จะใช้เวลานั้นไปโดยเปล่าประโยชน์แทนที่เราจะนั่งมองปัญหาหรือเรื่องราวต่าง ๆ ในด้านบวก คิดแก้ไข เริ่มต้นใหม่ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ยังดีกว่าซะอีก
                มองชีวิตง่าย ๆ บ้างเพื่อสุขภาพจิตที่ดีเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า "ง่ายเหมือน...ปอกกล้วยเข้าปาก" ซึ่งมีความหมายว่าสิ่งใด ๆหรือเรื่องที่ดำเนินการได้อย่างสะดวกสบาย ง่าย ไร้อุปสรรค เหมือนกับการที่เรากินกล้วย ซึ่งไม่ยาก แค่ปอกเปลือกก็ทานได้แล้ว 
                 ลองดูนะคะ ลองเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติดูบ้าง แล้วเชื่อว่าทุก ๆ อย่างจะดีขึ้นเยอะค่ะ

                     


19.8.54

ฟังหู ไว้หู

         ช่วงนี้รู้สึกว่าจะมีแต่ข่าวไม่ดีเต็มไปหมด สื่่อต่าง ๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ บางทีข่าวเดียวกันแต่ก็นำเสนอคนละแบบเนื้อความในข่าวทำเอาสับสนได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นเราควรจะมีวิจารณญานในการเสพสื่อด้วยนะคะ 

          พูดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้นึกถึงสุภาษิตที่ว่า "ฟังหูไว้หู" ซึ่งมีความหมายว่า ฟังบ้าง ระแวงบ้าง อย่างฟังความข้างเดียว ควรเชื่อครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งใช้ปัญญาพิจารณาแล้วค่อยเชื่อมิฉะนั้นอาจตกเป็นเหยื่อของอคติได้นะคะ

28.7.54

ฌาปนกิจ VS ฌาปณกิจ


รู้กันหรือไม่ว่าวันนี้วันอะไร?? ...วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี ประเทศไทยได้กำหนดให้เป็น "วันภาษาไทยแห่งชาติ" เพื่อให้ทุกคนได้ระลึกถึงภาษาที่ดีงามภาษาประจำชาติของเราซึ่งนอกจากเราจะระลึกถึงแล้วเราก็ควรพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยนะคะ



ช่วงนี้รู้สึกว่าจะได้ยินแต่ข่าวฮ.ตกมีทหารกล้าหลายนายเสียชีวิต จึงนึกถึงคำ ๆ หนึ่งที่ฟังดูอาจจะเศร้า ๆ และคงไม่มีใครอยากเจอนั่นคือคำว่า "ฌาปนกิจ" ที่ทุกคนมักเขียนผิด ๆ เป็น "ฌาปณกิจ" ในการ์ดเชิญไปงานศพบางงานยังพบว่าสะกดและเขียนคำนี้ผิด ๆ กันอยู่เลย รู้แบบนี้แล้วต่อไปคิดว่าคงมีใครหลาย ๆ คนแอบสังเกตุการ์ดเชิญที่ไม่ค่อยอยากจะได้รับบ้างแน่ ๆ เลยนะคะ ^^

7.7.54

พิพิธภัณฑ์ Vs พิพิธภัณฑสถาน

             [พิพิดทะพัน] มีรากศัพท์มาจากภาษา บาลี-สันกฤต จากคำว่า วิวิธ ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ แปลว่า ต่างๆ กัน สมาส กับคำว่า ภัณฑ์ ซึ่งเป็นคำนาม แปลว่า สิ่งของเครื่องใช้ ดังนั้น เมื่อรวมกันจึงได้คำว่า วิวิธภัณฑ์ หรือ ตามสำเนียงไทย คือ คำว่า พิพิธภัณฑ์นั่นเอง ซึ่งถ้าแปลตามรูปศัพท์แล้ว หมายถึงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าแปลโดยเอาความหมายที่สื่อสารกันแล้ว 
            ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้กล่าวไว้ว่า พิพิธภัณฑ์ เป็นคำนาม หมายถึง “สิ่งของต่างๆ ที่รวบรวมไว้เพื่อประโยชน์ในการศึกษา เช่น โบราณวัตถุ หรือ ศิลปวัตถุ” ซึ่งถึงแม้ว่า ในพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้เช่นนั้น แต่การใช้คำว่า พิพิธภัณฑ์ ในปัจจุบันมักนิยมหมายถึง “สถานที่หรือ สถาบัน สำหรับเก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา” ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ความหมายของพิพิธภัณฑ์นี้ได้แปรเปลี่ยนไปจากรูปศัพท์เดิม กลายเป็นมีความหมายเดียวกันกับคำว่า พิพิธภัณฑสถาน